ตลาดน้ำอัมพวา

posted on 25 Nov 2008 17:51 by season-story  in Food

ภู...ภู่..มาแว้ว...คับพี่น้องคับ...\\^o^//

มาตามคำเรียกร้องของไอ้คนสร้าง Blog  ที่ได้มอบหมายหน้าที่มาให้

ซึ่งเจ้เองก็ยัง งง งง อยู่  ว่าตูไปรับหน้าที่นี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ

(ฮือๆๆ ไอ้เรามันอาวุโสแล้วนี่   โดนรังแกอยู่เรื่อยเลย... T_T...)

เอ้า...เอาก็เอา...งั้นเราประเดิมเรื่องแรกที่ทัวร์คนแก่ก็แล้วกันนะ...จัดไปให้สาสม (กับอายุ)

ช่วงนี้เป็นช่วงปลายฝน ต้นหนาว  บรรยากาศเหงาๆ พอจะทำให้ใจคนโสดหวั่นไหว

อย่ากระนั้นเลย เจ้ก็เลยจะชวนพี่ๆ น้องๆ ไปเที่ยวกัน เพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน (คิดถึงผู้ชาย)

เราไปเดินตลาดกันดีก่า...แต่

เดินตลาดกลางวันมันจะร้อนนะ ผิวขาวๆ สวยๆ อย่างเจ้จะหมองคล้ำซะหมด

วันนี้เจ้เลยจะพาไป Night Market กัน (ไหมล่ะ เล่นภาษาปะกิจกันเลย)  

ดง่ายๆ ก็ตลาดนัดกลางคืนนั่นแหละ

แอ่น...แอน..แอ๊น...ภูมิใจนำเสนอ...”ตลาดน้ำแม่กลอง   เคยได้ยินกันแล้วใช่ไหมล่ะ

ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพ ย่าน Big C พระราม 2  เพียง 1 ชั่วโมง 

มุ่งตรงไปทางเพชรบุรีนั่นแหละ

เดี๋ยวนี้ทางเค้าดีแล้ว  พอเห็นขวดน้ำปลาขวดใหญ่ๆ

(ที่บางครั้งอาจจะเป็นอนุสรณ์ความรักของใครแถวนั้น)

ก็ให้เลี้ยวเข้าแม่กลอง ตรงที่ทางเลี้ยวจะมีกลองอันใหญ่ๆ  แสดงว่าเราถึงแล้วแหละ

พอเลี้ยวเข้าไปแล้ว ที่เหลือก็หาทางไปตลาดกันเอาเองนะ (เขามีป้ายบอกทางตลอด)

เพราะเจ้จำไม่ได้แล้ว

มันเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา งงไปหมด  ไอ้คนที่ขับรถพาเจ้ไป

ก็บาทาหนักเหลือเกิน

เกือบจะอ๊วกหลายครั้งแล้ว...เฮ้อ นี่ขนาดพี่แกอยู่ในช่วง In Love นะเนี่ย 

ถ้าอยู่ในช่วงอกหักล่ะก็

มีหวังเจ้ต้องขอลงข้างทางก่อนถึง เป็นแน่แท้

ตลาดน้ำแม่กลอง เป็นตลาดที่เปิดตอนเย็น เวลาประมาณ 3 โมงเย็น

และเลิกขายประมาณ 4 ทุ่ม วันเสาร์-อาทิตย์นะ

อย่าไปผิดวันผิดเวลาล่ะ  เมื่อเข้ามาแล้วก็หาที่จอดตามความเหมาะสมกับขนาดของรถนะ

(ก็รู้กันอยู่แล้ว  เจ้จะพูดทำไมเนี่ยะ)   เสียตังค์ค่าจอดประมาณ 20-30 บาท แล้วแต่ที่

แต่ถ้าเจอที่จอดรถแล้ว ก็จอดๆ ไปเหอะ จอดตรงไหนก็ต้องเดินเหมือนกัน...เพราะเริ่มหิวแล้ว

ตลาดน้ำแม่กลอง มีจุดเด่นอยู่ตรง อาหารการกินซะเป็นส่วนใหญ่  แนะนำว่าก่อนเดินทาง

ควรจะแลกแบงก์ 20 กันไปให้มากหน่อย เราะทุกอย่างส่วนใหญ่กระทงละ 20 บาท

ส่วนจะถือกลับ (ของฝาก) ก็ประมาณว่าชุดละลงตัวที่ 100 บาท 

อย่าเอาสัมภาระลงไปเยอะล่ะ

เพราะ 2 มือของเราต้องถืออาหารการกินตลอดทาง 

ถ้าสตรีใดมีเสน่ห์ดึงดูดใจ แนะนะให้หาผู้ชาย

ที่ไม่ค่อยกิน (ไม่เปลือง) แต่ชอบเดินตามไปด้วย

เอาไว้คอยถือของและถ่ายรูปให้เราตลอดเวลา..จะดีมาก

แต่ถ้าสาวใดหาผู้ชายไปด้วยไม่ได้ ก็ทำใจซะ แล้วช่วยตัวเองดีที่สุด อย่าคิดไปหาเอาที่นั่นเลย

เพราะคนส่วนใหญ่ที่ไปเดิน ถ้าเป็นชาย ก็เดินตามผู้หญิงที่ตนหมายปองอยู่

แต่ถ้าเป็นหญิง She ก็เป็นประมาณคุณหนูไฮโซ

แต่งตัวกันอย่างมาเดินแคทวอล์คแน่ะ แม่คุณเอ้ย...

เห็นแล้วอิจฉา หน้าตาดีอย่างเจ้ เลยกลายเป็นป้าไปซะงั้น...55

(อ่านไป อ่านไป อย่ามาทำหน้าอย่างนั้นนะ)

    

เราประเดิมร้านแรกกันที่ ทอดมันปลากรายเลยแล้วกัน หน้าตาน่ากินที่สุด  แล้วก็อร่อยซะด้วย

อย่างว่านะ คำแรก..อรรถประโยชน์สูงสุดก็ยังคงสูงอยู่  

แต่ว่าเจ้แนะนำว่า ไม่ว่าจะมากันกี่คน ก็ซื้อกระทงเดียวพอ

เพราะเดินไปข้างหน้า ทอดมันจะมีหลายร้านมาก มีทั้งทอดมันปลากราย  ทอดมันปลาหมึก

ทอดมันหัวปลี  ยำหัวปลี (หัวปลีนะ ไม่ใช่อัป....)   ถัดมาไม่ไกลจะเจอร้าน

 

 

อัณฑะปลาหมึกโดนไฟ หดตามขนาด

หรือไข่ปลาหมึกทอดนั่นเอง น้ำจิ้มรสเด็ดมากๆ ขอบอก

อันนี้ก็แนะนำให้ซื้อกระทงเดียว ข้างหน้ามีหลายร้าน

แย่งกันกินอร่อยดีนะ เดินมาอีกนิด ก็มีหอยทอดรสเด็ด  ทอดกันไม่ทันเลย คนเยอะมากๆ

       

หอยทอดยอดชาย หอยผู้หญิง แต่ยอดชายเป็นคนทอด..เอิ๊ก..เอิ๊ก..

 

ต่อกันที่ผัดไทป้าพร กระทงสุดท้ายนี้เจ้ซื้อเอง ที่เหลือต้องต่อคิวยาวหน่อย ของแกรสชาติดี ผัดไทมีร้านเดียว ใครอยากกินก็ต้องซื้อไปเลย ข้างหน้าไม่มีแล้ว แต่เจ้แนะนำว่าควรเป็น 2 คนต่อ 1 กระทง เพราะยังต้องเผื่อท้องไว้หม่ำอย่างอื่นๆ อีก

      

ชื่อขนมฟองน้ำ ยืนรอชิมไส้ชีสอยู่ รออยู่นานก็ยังไม่ได้ชิม 

เจ้ก็เลยเข้าไปสัมภาษณ์ลุงที่แกขายอยู่  ดูดีมีชาติตระกูล

ทำไมมาขายขนมได้ แกบอกแกทำงานอยู่กระทรวงอุตฯ เป็นเพื่อน รมต.

เสาร์-อาทิตย์มาเป็นลูกจ้างเมียขายของ

 

 

แต่ขนมแกน่ากินโครตๆ แล้วก็อร่อยด้วย แกบอกว่าจะเอาก็สั่งไว้

แล้วกลับมาเอา ประมาณว่าทำไม่ทัน

ขอบอกว่า ถ้าใครไปผ่านร้านนี้แล้วอยากซื้อ ให้ซื้อเลยนะ 

เพราะตอนที่เจ้จะกลับมาซื้อ  ร้านเขาปิดแล้ว ของหมด อดกิน T_T 

เดินมาสุดทาง ก่อนขึ้นสะพาน เราตัดสินใจกันว่าจะเลี้ยวขวาไปก่อน

เพราะดูแล้วมีหลายร้านที่น่าสนใจ

    

ของฝากที่เป็นของที่ระลึกก็มีหลายอย่าง เช่นกระเป๋าสาน  ราคาก็ไม่แพง 

เข็มกลัด มด และของเล่นต่างๆ

เช่น ว่าว  ตุ๊กตาไม้  โมบายต่างๆ

    

รวมไปถึงรูปถ่าย  ของเล่นที่ทำจากเหล็ก  และเสื้อผ้าต่างๆ

    

เดินไปเดินมา เรามาสะดุดตาที่ร้านกำปั่น  ก็เลยแวะเขามานั่งกินข้าวกันในร้านนี้ 

เขามีบรรยากาศที่ดีมากๆ

  

    

อาหารก็หลากหลาย เช่น น้ำพริกลงเรือ และขนมหวาน  ไอศกรีม

ที่สำคัญร้านนี้เขามีน้ำมะเน็ดขายด้วย

    

หลายๆ คนคงงง น้ำอะไรคือน้ำมะเน็ด  ก็ที่ภาษาบ้านๆ (บ้านนอก)

เขาเรียกกันว่าน้ำจรวดนั่นแหละ ไปลองชิมกันดู

    

หลังจากอิ่มหนำสำราญกันแล้ว ก็ได้เวลาซื้อขนมฝากคนทางบ้าน แนะนำขนมนางเล็ดลุงแว่น

ทำใหม่ๆ สดๆ  กรอบอร่อยสุดๆ  ซื้อฝากพ่อกับแม่ รับรองได้รับคำชมแน่นอน...

หรือจะเป็นขนมไทย

    

ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานคุณยาย  หรือขนมไทยทองนพคุณ  และร้านอื่นๆ อีกมากมาย

เลือกซื้อกันตามอัธยาศัย

ถ้ายังไม่เหน็ดเหนื่อย ก็แนะนำให้ข้ามสะพานไปฝั่ง ถนนเลีย บน ที เอ้ย...

ถนนเลียบ นที (อ่านให้ดีนะ)

   

เมื่ออยู่บนสะพาน พวกเราจะเห็นบรรยากาศด้านแม่น้ำ เรือขายของ ซีฟู๊ด หมูสะเต๊ะ

และเรือที่พานักท่องเที่ยว

ไปดูหิ่งห้อย  อ้อ..ลืมบอกไป ถ้าใครอยากดูหิ่งห้อย ก็ขึ้นเรือได้ที่นี่แหละ

    

เมื่อข้ามฝั่งมา ก็จะมีของกินของฝากอีกมากที่เราสามารถซื้อได้

แต่ที่เด็ดที่ต้องซื้อกลับ คือขนมหม้อต่างๆ

    

ได้กินขนมอร่อย แถมได้หม้อกลับบ้านด้วย  ซือเจ้ทั้งหลายการันตรีว่าอร่อยมากๆๆ 

ต้องซื้อกลับให้ได้นะ

    

นอกจากนั้น ก็ยังมีขนมเปียะ  อมยิ้ม 2 อัน 5 บาท (ถ้าถ่ายรูป 500) 

และขนมที่เราเคยกินกันตอนเด็กๆ ด้วย

อันนี้ต้อง 30 up นะถึงจะรู้จัก  และขนมอื่นๆ อีกเยอะแยะ

เลือกซื้อกันตามแต่กำลังเงินในกระเป๋า เอากันให้คุ้ม

    

เฮ้อ...เดินซะจนลืมอายุ  หันมองนาฬิกาอีกที 3 ทุ่มแล้ว มิน่าล่ะ ร้านรวงต่างๆ

เริ่มทยอยเก็บกันแล้ว

เจ้เองก็เหนื่อยเต็มที แต่มีเด็กขี้เหงาร้องงองแง จะกินหมึกย่าง หมูสะเต๊ะ 

เลยต้องข้ามฝั่งไปนั่งกินต่อ

อิ่มแล้ว เราก็พร้อมจะเดินทางกลับ  ใช้เวลาไม่นาน ก็ถึงบ้าน อาบน้ำนอน พร้อมรอยยิ้ม

เฮ้อ...หายเหงาไปอีก 1 วัน  และเป็นวันที่มีความสุขอีกวัน ผ่านไป

พอจะชาร์ตไฟในตัวให้ดำเนินชีวิตต่อไปได้

ถ้าพวกเราเหงาๆ เบื่อๆ และไม่อยากเดินห้างแล้ว แนะนำให้ไปเดินตลาดกันบ้าง

ใช้เงินไม่มาก (ถ้าไม่กินเยอะ..55) แถมยังได้ดูชาวบ้านเขาทำมาหากิน

เผื่อจะมี Idea เป็นเจ้าของกิจการกับเขาบ้าง  ดูๆ ไปแล้ว คนที่มาขายของส่วนใหญ่

ก็ไม่น่าจะใช่ชาวบ้านธรรมดาหรอก แต่ละคนก็มีจุดเด่นเอาออกมาขายกัน

ครั้งนี้ภารกิจได้เสร็จสิ้นแล้ว... ครั้งหน้า เจ้จะพาไปตลาดไหน ก็ต้องติดตามตอนต่อไป

และต้องขออภัยด้วย หากคำบรรยายบางคำไม่สุภาพ แต่มันก็เป็นตัวของเจ้นี่นา

สุดท้าย ต้องขอขอบคุณพี่หะ-เหลิม ที่ขับรถพาพวกเราไป

ทำให้ได้เรื่องมาลง Blog กับเขาบ้าง

และขอบคุณทุกๆ ท่านที่เข้ามาอ่าน แสดงความคิดเห็นและส่ง mail มากันได้นะ

เจ้จะได้มีกำลังใจเขียน และปรับปรุงวิธีการนำเสนอให้ดีขึ้น

(มือใหม่อ่ะ...ต้องช่วยกันแนะนำนะ)

เอ๊า...ภาระกิจวันนี้เสร็จสิ้น  พบกันอีกที เรื่องหน้านะจ๊ะ  ฝากบอกไอ้มือกลองวงป่วยด้วย

ว่าเจ้ทำงานแล้วนะ  อย่ามัวแต่ไปออกคอนเสิร์ตจนลืม Up Date Blog ด้วยล่ะ

ไปแล้วคับ พี่น้อง คับ  แล้วพบกันเรื่องหน้านะคับ....บ๊าย..บาย

เจ้ชมเองจ้า....(Pu”””(o_O)!’’’’ Phu)

edit @ 2 Dec 2008 22:58:44 by SeasonEPM6

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่ากินจังเลยค่ะ
อยากไปๆ แต่ไปที่ไร ไม่ตรงวันตลาดซักที เง้อออ
เปิด ศ ส อา ไปซะ วัน จ น้ำเต็มคลอง คุคุ
บล็อกนี้เข้ามาแล้วตาลายจังbig smile

big smile





ไปตอนกลางวันไม่ค่อยมีของขายเท่าไหร่

#3 By คุณบิ๋ม on 2008-11-28 14:37

^
^
^
ธีมของเราช่วงนี้ เข้ากับบรรยายกาศ เหมือนจะหนาว
ก้อเลยเป็นเกร็ดหิมะ อ่ะค่ะ แต่ว่าสวยดีออกน๊าาา..

ส่วนตลาดน้ำเปิด บ่าย 3 - 3 ทุ่ม กว่าๆ
ช่วงที่คนเดินเยอะ 5 โมงเย็น - 2 ทุ่ม

ก้อต้องเลือกไปดู ว่าจะชอบของเยอะหรือคนเยอะ..
แล้วแต่ถนัด double wink

#4 By season-story (117.47.62.73) on 2008-11-28 15:29

your code here