สยองรับปีวัว ! ไฟไหม้ผับหรูกลางกรุง เสียชีวิต 59 คน

 

ข่าวโดย Nationchannel.com

 

               เมื่อเวลา 00.30 น.ร.ต.ท.สุทิน พงษ์คำธัน ร้อยเวรสอบสวน สน.ทองหล่อ รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ซานติก้าผับ เอกมัยซอย 9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.จึงประสานรถดับเพลิงจากนั้นรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.โชคชัย ดีประเสริฐวิทย์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.จิรพัทร ภูมิจิตร ผกก.สน.ทองหล่อและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นอาคารเดี่ยว 3 ชั้น เพลิงได้ลุกไหม้แดงฉานท่วมอาคารอย่างรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างเร่งช่วยเหลือนักเที่ยวที่ประตูทางออกมาด้านหน้าเพื่อเร่งระบายนักเที่ยวออกจากผับ แต่การช่วยเหลือก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากประตูทางออกด้านหน้าแคบ เจ้าหน้าที่ต้องดึงร่างของนักเที่ยวออกมาได้เพียงครั้งละคนเท่านั้น ขณะที่นักเที่ยวภายในผับจำนวนมากต่างก็วิ่งมาออกมาออกันจนแน่นที่หน้าประตูทางออกพร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือจนเกิดการชุลมุนไปทั่ว ขณะเดียวกันไฟที่ลุกไหม้ภายในผับก็โหมขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้นักเที่ยวที่ยังหนีออกมาไม่ได้ถูกไฟครอกเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่กำลังให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม นักเที่ยวที่ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิออกมาทางหน้าต่างแต่ก็ถูกไฟไหม้ได้รับบาดเจ็บจำนวน มาก ถูกนำส่งรพ.ใกล้เคียง ประกอบด้วย รพ.กรุงเทพ รพ.กล้วยน้ำไท 2 รพ.รามคำแหง รพ.วิภาราม และ รพ.คามิลเลียน อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างเร่งพยายามให้การช่วยเหลือนักเที่ยวนั้น ปรากฏหน้าต่างและผนังปูนของก็ได้ร่วงหล่นลงมาเป็นระยะ ๆ อีกครั้งอาคารก็เริ่มร้าว แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก็สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังควบคุมเพลิงเอาไว้ได้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบภายในพบมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากลักษณะนอนทับกันอยู่ จากนั้นก็ได้มีการลำเลียงออกมาได้จำนวน 54 ศพจากนั้นได้นำส่งนิติเวช รพ.จุฬาฯ นอกจานี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 5 ราย พล.ต.ต.โชคชัย ดีประเสริฐวิทย์ ผบก.น. 5 กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากประกายไฟจากผู้ที่มาเที่ยวในผับ ขณะนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบสวนผู้บาดเจ็บซึ่งส่งไปรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งมีประมาณ 50 คน นอกจากนั้นก็ได้ให้พนักงานสอบสวน สอบสวนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อจะหาสาเหตุที่แท้จริงว่ามาจากอะไร ผบก.น.5 กล่าวอีกว่า สำหรับสาเหตุของการเสียชีวิตมาจากการสำลักควัน ไฟคลอกและเหยียบกันเสียชีวิตซึ่งจะส่งศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดส่งนิติเวช รพ.จุฬาฯเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป สำหรับญาติที่คิดว่า จะมีศพลูกหลานที่เสียชีวิตในผับ ให้ติดต่อที่ สน.ทองหล่อ และจะประกาศพื้นที่นี้เป็นพื้นที่อันตรายห้ามเข้า สำหรับค่าเสียหายและจะแจ้งข้อหาใครนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ต้องให้พนักงานสอบสวนชี้ชัดก่อน จากการสอบถามพนักงานเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ เนื่องจากเป็นเทศกาลปีใหม่ ทางผับก็ได้จัดให้มีการเคาน์ดาวน์และคืนนี้ก็มีนักเที่ยวกว่า 1,000 คนเข้ามาเที่ยวจนเต็มพื้นที่ กระทั่งใกล้เวลาเที่ยงก็ได้มีการเคาน์ดาวน์และจุดพลุ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงตะโกนว่าไฟไหม้ เมื่อวิ่งออกไปดูก็เห็นไฟลุกไหม้บนหลังคาอย่างรุนแรงจากนั้นก็มีควันไฟกระจายไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว ทำให้นักเที่ยววิ่งกรูมาที่ประตูทางออกด้านหน้าผับจนเกิดชุลมุน เนื่องจากหากเป็นเที่ยวใหม่จะคิดว่ามีทางออกเพียงทางเดียว แต่จะไม่รู้ว่าผับนี้มีทางออก 4 ทางคือด้านหน้า 3 ทางและด้านหลัง 1 ทาง "ผมหนีตายออกมาทางหลัง แต่ระหว่างทางก็ดึงนักเที่ยวออกมาด้วยจำนวนหนึ่ง แต่ผมก็ยังตามเพื่อนอยู่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง" ต่อมา เวลา 05.00 น.ที่ สน.ทองหล่อ พนักงานสอบสวนได้นำนักเที่ยวและพนักงานของซานติก้าผับรวมกว่า 10 คน มาทำการสอบปากคำ โดยน.ส.ณัษฐภัทร์ รัตนภิญโญพิทักษ์ อายุ 41 ปี หนึ่งในนักเที่ยวเล่าว่า ตนมาเที่ยวกับเพื่อนและน้องสาวรวม 3 คน นั่งที่โต๊ะติดกับประตูทางออกด้านหน้า โดยมาเป็นครั้งแรกเพราะทราบว่าผับกำลังจะปิด ซึ่งในผับก็มีนัก