หลายคนอาจรู้จัก ชื่อ ‘งามพรรณ เวชชาชีวะ’ ผ่านทางตัวอักษรที่ร้อยเรียงอยู่ในหนังสือเรื่อง “ความสุขของกะทิ” หนังสือซึ่งได้รับรางวัลซีไรต์ในปี พ.ศ.2549 และถูกตีพิมพ์ซ้ำมาแล้ว 58 ครั้ง หรือกว่า 250,000 เล่ม ในขณะเดียวกัน เรื่องราวในหนังสือ ความสุขของกะทิก็ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เพื่อให้ กะทิ ตา ยาย และพี่ทอง ออกมาโลดแล่นผ่านสายตาผู้ชมจากโลกของถ้อยคำสู่แผ่นฟิล์ม และออกฉายเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา
       
       ในอีกแง่มุมหนึ่ง ชื่อของ “งามพรรณ” ก็ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเธอมีนามสกุลเดียวกับนักการเมืองหนุ่มอนาคตไกล นาม “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อีกทั้งยังเป็นพี่สาวแท้ๆ ของอภิสิทธิ์ ที่ปัจจุบันได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย เสียด้วย จากปัจจัยเหล่านี้ยิ่งทำให้หลายคนอยากรู้ถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่าง พี่สาว น้องชาย และ ยิ่งอยากทราบว่าเพราะอะไรที่ทำให้ พี่น้องคู่นี้สามารถก้าวยืนบนจุดสูงสุดของอาชีพได้อย่างเต็มภาคภูมิ

       
       

       นายกฯ กับ ความสุขของกะทิ
       

       งามพรรณ เล่าถึงสาเหตุที่นำภาพยนตร์เรื่องความสุขของกะทิมาฉายในช่วงนี้ก็เพราะว่าในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมจะตรงกับวันเด็ก ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เหมาะสมกับเด็กๆ และที่ผ่านมาผู้คนก็มีความเครียดจากการบรรยากาศความขัดแย้งทางเมือง ประกอบกับในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาทุกคนจะลืมเรื่องที่ไม่ดีไปหมด ทางทีมงานจึงตั้งใจที่นำภาพยนตร์เรื่องนี้มาฉายในช่วงนี้เพื่อให้ทุกคนรู้สึกคลายเครียดและเพลิดเพลินไปกับการชมภาพยนตร์ แต่ประเด็นที่ทำให้คนพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้กันมากก็เพราะในวันที่ฉายรอบสื่อมวลชน น้องชาย (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี) และหลานสาว (น.ส.ปราง เวชชาชีวะ) ได้เดินทางมามาดูภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ซึ่งเธอคิดว่าสาเหตุที่น้องชายและหลานสาวเดินทางมาดูหนังเรื่องนี้ ก็เพราะว่าน้องชายเคยรับปากไว้ตั้งแต่ตอนเป็นฝ่ายค้านแล้วว่าจะมาดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนหลานสาวก็เคยบอกไว้ว่า “หากความสุขของกะทิเป็นภาพยนตร์เมื่อไหร่จะมารอคอยชม”
       
 &nb